สุกี้และชาบูต่างกันอย่างไร!

สุกี้และชาบูต่างกันอย่างไร!?

ความคุ้นชินของชาวไทยเราที่โตมากับร้านสุกี้เจ้าหนึ่ง เลยทำให้เข้าใจกันว่า อาหารประเภทหม้อไฟที่เอาเนื้อลงไปจิ้มในน้ำร้อนจัดแล้วจิ้มน้ำจิ้มนี้เรียกว่า สุกี้ แต่ว่าถ้าตามต้นตำหรับประเทศญี่ปุ่น สุกี้ยากี้ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะไม่ใช่แบบที่มีในบ้านเราเลยแทบจะเรียกว่าตรงกันข้ามไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสุกี้ในบ้านเรานั้นจะไปคล้ายกับ ชาบูชาบู ของประเทศญี่ปุ่นมากกว่า แต่ว่ามันก็ไม่ใช่อันเดียวกันเช่นเดี่ยวกัน แต่แบบที่กินกันในบ้านเรานี้อาจจะเรียกว่า ไทยสุกี้ สุกี้แบบไทยๆ ก็ว่าได้ แต่ว่ามันก็อร่อยถูกปากคนไทยเรากันมากเลยใช่ไหมหล่ะ และในบทความนี้เราจะพามารู้จักกับ สุกี้ยากี้และชาบูชาบู แบบต้นตำหรับญี่ปุ่นเข้านั้นเป็นอย่างไร

สุกี้ยากี้ ( 鋤焼, すき焼き, スキヤキ)

สำหรับ สุกียากี้ หรือ Sukiyaki ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเกิดจากการรวมกับ 2 ประโยคคือ  Suki แบบว่า พลั่ว Yaki แบบว่า ย่าง รวมกันเป็นคำประมาณว่า อาหารที่ย่างด้วยพลั่ว อะไรประมาณนี้ โดยมีข้อมูลที่ว่ากันต่อมาว่าแรกเริ่มนั้นกุกี้ยากี้เกิดมาจากนักรบคนหนึ่งได้ออกไปล่าสัตว์ ระหว่างทางกลับได้แวะเข้าไปในบ้านของชาวนา โดยให้นำเนื้อสัตว์ที่ล่ามาไปปรุงอาหารให้ ด้วยความต่างศักดิ์ทางฐานะ ชาวนาจึงไม่กล้าใช้เครื่องครัวของตนประกอบอาหารให้ เขาจึงทำความสะอาดพลั่ว ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องมือทำมาหากิน และย่างเนื้อสัตว์ลงบนพลั่วนั้น และด้วยเหตุนี้เลยทำให้ สุกี้ยากี้ อาหารชนิดนี้เป็นอาหารประเภทกึ่งการย่างและซุปด้วยนั้นเอง สุกียากี้แบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ จะปรุงขึ้นในหม้อเหล็กแบนทรงก้นลึก มีลักษณะคล้ายซุป โดยมีส่วนประกอบได้แก่ ผัก เห็ด ไข่ เต้าหู้ น้ำซุป และเนื้อสัตว์ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู หรืออาหารทะเล ใส่วัตถุดิบลงในหม้อเหล็กต้มรวมกัน โดยการหั่นหรือสไลด์เนื้อหรือหมูให้มีความหนาประมานหนึ่ง ไม่บางเหมือน ชาบูชาบู แล้วเติมน้ำซุปสีดำรสหวาน ที่มีส่วนผสมหลักคือ ซอสโชยุ เหล้ามิริน น้ำตาล และสาเก เติมลงไปพอให้ท่วมวัตถุดิบ แล้วปิดฝาแล้วรอให้สุก จากนั้นก็จะคีบมาจิ้มกับไข่แล้วกินเลยไม่มีน้ำจิ้มแต่อย่างใด ดังนั้นจะเห็นว่าสุกี้ยากี้ญี่ปุ่นกับของไทยที่เราเข้าใจต่างกันอย่างมากเลย

ชาบูชาบู (shabu shabu)

ส่วนชาบูชาบูของต้นฉบับญี่ปุ่นนั้นมีการกล่าวต่อกันมาว่ามีต้นกำหนิดมาจากเมนูหม้อไฟของจีนโดยที่ร้านอาหารหนึ่งในโอซาก้าชื่อว่า Suehiro ได้เปิดตัวเมนูหม้อไฟใหม่ที่ว่า Shuan Yang Rou ที่เป็นเมนูหม้อไฟ และอีกความเชื่อหนึ่งคือ ว่าเป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากพวกมองโกล เพราะในระหว่างหยุดพักกองทัพ เหล่าทหารจะนั่งล้อมรอบกองไฟ ซึ่งมีหม้อน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง และพวกเขาจะทำการต้มเนื้อสัตว์ที่หามาได้ลงในหม้อนั้นและแพร่กระจายมาจากชาวจีนและมองโกลที่อพยพเข้ามาญี่ปุ่นช่วงสงคราม โดยลักษณะของ ชาบูชาบู นั้นจะเป็นการลวกเนื้อในหม้อไฟทีละชิ้น หม้อชาบูจึงต้องให้ความร้อนเร็วและคงอุณหภูมิสม่ำเสมอไม่ได้ใส่วัตถุดิบแล้วรอให้สุกครั้งเดียวเหมือนสุกี้ยากี้ แต่การกินจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อสัตว์ที่สไลด์แบบบาง ๆ แล้วไปแกว่งไปมาในน้ำเดือดเพื่อให้เนื้อสุกในหม้อน้ำซุปคมบุ (kombu) ที่ต้มจากสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง แล้วนำเนื้อไปจิ้มกับซอสพอนซุ (ponzu) รสชาติออกเปรี้ยว หวาน เค็มๆ หรือ ซอสงาขาว รสนุ่มหอมงา และในปัจจุบันนิยมเอาไปจิ้มกับไข่ด้วยก็ได้ หรือจะตอกใส่เลยก็ได้ จะเห็นว่าสุกี้ไทยเรานั้นจะใกล้เคียงกับชาบูชาบูมากกว่าแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

สุกี้-ชาบูแบบไทย

จะเห็นว่าชาบูหรือสุกี้แบบที่เราคุ้นเคยกันนั้นจะเป็นการประยุกต์ร่วมเอาทั้งสุกี้ยากี้และชาบูชาบูของญี่ปุ่นมารวมกัน โดยจะมีหม้อซุปร้อนๆ (ซุปก็มีหลายแบบ) แล้วใส่เนื้อและผักรวมทั้งวัตถุดิบอย่างอื่นรวมลงไปในหม้อซุปร้อนๆ แล้วนำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแบบไทยๆ ทำให้มีการประยุกต์ให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น และแม้แต่ชาวญี่ปุ่นต้นกำเนิดของอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ก็ยังชอบชาบูแบบไทยเราเลย

 ชิคชาบู ชาบูไทยรสชาติถูกลิ้นอร่อยถูกใจ อิ่มอร่อยได้ไม่จำกัด

ชิคชาบูของเราให้บริการชาบูแบบไทยที่อร่อยถูกลิ้นคนไทยเราอย่างแน่นอนของเยอะ น้ำชุปสุดอรอ่ย 4 ชนิด ทั้งน้ำซุปใส น้ำซุปน้ำดำ น้ำซุปต้มยำใส และน้ำซุปต้มยำน้ำข้น พร้อมกับน้ำจิ้มแสนอร่อย 4 ชนิด ทั้ง น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มพอนซึ น้ำจิ้มซีฟูด และน้ำจิ้มแจ่วสไตล์ไทยๆ และยังมีอาหารพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้ พร้อมผลไม้ตามฤดูกาลตั้งไว้รอให้เพื่อนๆ มาลิ้มลองกันให้เต็มอิ่มกันได้กันแบบไม่มีการจำกัดเวลาเลยในราคาเบาๆ เพียง 299 ต่อคนเท่านั้น

สำรองที่โต๊ะได้ที่ line:@chicshabu