ทานชาบูยังไงให้เหมือนต้นตำรับ!

เคยสงสัยกันไหมว่าการทานชาบูของเรานั้นว่าเรากินกันอยู่มันถูกวิธีการกินแบบต้นตำรับญี่ปุ่นหรือเปล่า แต่ไม่ต้องหวงตอนนี้ ชิคชาบู จะพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสกับอรรถรสการทานชาบูในแบบต้นตำรับว่ามีขั้นตอนการทานยังไงบ้าง มาดูกันว่าเลย

ขั้นตอนการทานชาบูแบบต้นตำหรับ

ขั้นแรก ใส่ผักลงต้ม

ขั้นตอนแรกหลังจากตั้งหม้อน้ำซุปแล้วให้เพื่อนๆ เดินไปหยิบผักที่ต้องการมาเลย แต่แนะนำว่าให้นำ แครอท หัวไชเท้า มาด้วย แล้วตั้งหม้อรอให้น้ำซุปเดือด แล้วเริ่มใส่ผักตามชอบโดยใส่พวกที่สุกยากก่อน จากนั้นต้มทิ้งไว้สักนิดให้ผักเปื่อยสักนิด เพื่อเพิ่มรสชาติของน้ำซุปเข้มข้นขึ้น และยังได้ความหวานที่มาจากผักเมื่อผักเปื่อยอีกด้วย ทำให้ทานผักได้ง่ายและอร่อยเข้าเนื้อกับน้ำซุปมากขึ้น

ขั้นสอง จุ่มเนื้อสัตว์

มาถึงขั้นหัวใจหลักคือขั้นตอนการจุ่มเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อนๆ อาจจะคุ้นเคยกับการเอาเนื้อสัตว์ต่างๆ เทลงไปในหม้อทีเดียวแล้วค่อยตักขึ้นมาทาน แต่ขอบอกว่านั้นเป็นวิธีการที่ผิด เพราะการจุ่มเนื้อสัตว์แล้วให้ได้รสชาติที่สุด เพื่อนๆ ต้องใช้ตะเกียบหรือที่คีบ แล้วคีบเนื้อชิ้นบางๆ ขึ้นมา 1 ชิ้นแล้วจุ่มลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือด ร้อนจัด แล้วแกว่งไปมาประมาณไม่เกิน 20 วินาที ขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อและความชอบของเพื่อนๆ เพื่อที่จะให้ได้รสสัมผัสความนุ่ม หอม หวาน ละมุนจากเนื้อสัตว์อย่างแท้จริง เมื่อจิ้มเสร็จก็ให้ยกขึ้นมาพักไว้ที่จานของตัวเองหรือจะยกไปจิ้มกับน้ำจิ้มทานเลยก็ได้ และเพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าเวลาที่เราแกว่งเนื้อสัตว์ในหม้อน้ำซุปร้อนๆ จะมีเสียงดัง ชาบูชาบู ซึ่งเป็นที่มาของชาบูชาบูในญี่ปุ่นด้วยกันเอง เพื่อนๆ ลองแกว่งแล้วฟังกันดูว่าได้ยินเสียงอะไร แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะ

ขั้นตอนที่สาม เลือกน้ำจิ้มให้โดนใจ

สำหรับน้ำจิ้มชาบูในบ้านเราจะมีอย่างหลากหลายมาก เช่นที่ร้าน ชิคชาบู ของเราก็มีให้เลือกทานกันถึง 4 ชนิดคือ น้ำจิ้มพอนซึ น้ำจิ้มสุกี้ยากี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแจ่วแซ่บ แต่สำหรับน้ำจิ้มแบบต้นตำหรับญี่ปุ่นดั่งเดิมนั้นจะมีน้ำจิ้มแค่ 2 แบบคือ น้ำจิ้มพอนซึ  และน้ำจิ้มงา เท่านั้น โดยที่ น้ำจิ้มพอนซึนั้นใช้จิ้มสำหรับผักเท่านั้น และน้ำจิ้มงาใช้สำหรับจิ้มเนื้อสัตว์เท่านั้น จะทำให้ได้รับรสชาติของวัตถุดิบอย่างเต็มที่ และสำหรับบางคนที่อยากเพิ่มรสชาติของเนื้อเพิ่มขึ้นไปอีกให้เพื่อนๆ หลังจากนำเนื้อไปจุ่มน้ำจิ้มแล้ว ให้เพื่อนๆ นำเอาจุ่มในไข่ดิบอีกทีแล้วทานได้เลย จะทำให้ได้รับรสชาติของเนื้อได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเพื่อนๆ ชาวไทยเราคิดว่าไม่ถูกปากเท่าไหร่ ก็สามารถจิ้มน้ำจิ้มรสชาติไทยๆ เราได้ ก็ตามแต่ชอบ แต่ถ้ามีโอกาสไปทานที่ร้านต้นตำหรับแท้ๆ ต้องกินให้ถูกด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นเชฟญี่ปุ่นเขาอาจจะเสียใจได้

ขั้นตอนที่ 4 อย่าลืมซดน้ำซุป

น้ำซุปหลากรสของ ชิคชาบู นั้นเดิมก็อร่อยอยู่แล้ว แต่ว่าพอเราเอาผักลงไปต้มและเราจุ่มเนื้อลงไปแล้วจะทำให้รสชาติกลมกล่มมากขึ้นไปอีก เพื่อนๆ อย่าลืมตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ถ้วยแล้วจัดการซดน้ำซุปด้วย จะทำให้ทานได้คล่องคอและลิ้มรสชาติได้ครบถ้วนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความเลี่ยนจากการกินเนื้อสัตว์ต่างๆ ลงไปได้อีกด้วย แต่ระวังน้ำซุปอร่อยมากซดเยอะจนลืมกินเนื้อนะจ๊ะ เดี่ยวจะหาว่าไม่เตือน

ขั้นที่ 5 ปิดท้ายด้วยข้าวต้ม

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะกินชาบูบุฟเฟต์แบบไหนจะกินแบบอิ่มจนแน่นหรือกินแบบพอดีอิ่มก็แล้วแต่ แต่อยากให้เพื่อนๆ ปิดท้ายกันกินชาบูด้วยการประยุกต์เป็นข้ามต้มชาบู เพราะในตอนท้ายหลักจากต้มผักและจุ่มเนื้อลงไปในน้ำซุปแล้ว และน้ำซุปเริ่มเหลือน้อยจะทำให้มีรถชาติเข้มขนมาก เพื่อนๆ สามารถประยุกต์เป็นข้าวต้มแสนอร่อยได้ด้วยการเติมข้าวสวยลงไปในหม้อน้ำซุป แล้วตอกไข่เข้าไปผสมกวนให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรถด้วยน้ำจิ้มเล็กน้อย โรยด้วยต้นหอมซอยลงไป หรือปรุงตามชอบได้เลย เพื่อนๆ ก็จะได้ข้าวต้มชาบูแสนอร่อยกินเป็นการปิดท้ายเป็นการลิ้มรสกับการกินชาบูแบบต้นฉบับญี่ปุ่นจริงๆ และได้อร่อยฟินเพิ่มมากกว่าเดิม

ถ้าเพื่อนๆ มาทานที่ ชิค ชาบูของเราในขั้นตอนแรกเพื่อนๆ จะสามารถเลือกน้ำซุปแสนอร่อยได้หม้อละ 2 น้ำซุปพร้อมกันเลย โดยเรามีน้ำซุปให้เลือกถึง 4 แบบ ด้วยกันคือ น้ำซุปใส น้ำซุปน้ำดำต้นฉบับ น้ำซุปต้มยำน้ำใส และน้ำซุปต้มยำน้ำข้น อร่อยฟินได้ตามที่เพื่อนๆ ชอบได้เลย และในส่วนน้ำจิ้มนั้นเราก็มีให้เลือกได้ 4 แบบเช่นกันคือ น้ำจิ้มพอนซึ น้ำจิ้มสุกี้ยากี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแจ่วแซ่บ โดยเพื่อนๆ สามารถเติมต้นหอม กระเทียม หรือมะหวานเพิ่มได้เองด้วย นอกจากนี้ที่ร้านของเรายังมีเมนูพิเศษอื่นๆ กว่า 50 เมนูที่หมุนเวียนมาให้ลิ้มลอง และยังมีบุฟเฟต์ผลไม้ตามฤดูกาลให้ทานแบบไม่อั้นเลย ในราคาเดียวเบาๆ เพียง 299 บาทรวมเครื่องดื่มแบบไม่อั้นจัดเต็มเช่นกัน

สำรองโต๊ะได้ที่…..ชิคชาบู สาขา Max value หลักสี่ 10.00 น. -22.00 น. ทุกวัน